================================================== -->

fun88 ดั ม มี ออนไลน์

ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เวลา 1700 น ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 โดยคอนเสิร์ตอังกอร์ในครั้งนี้ พวกเขาก็ได้เตรียมเวทีการแสดงต่าง ๆ มาแบบอัพเกรดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมเซอร์ไพร์สต่าง ๆ อีกมากมายที่รับรองว่าเต็มอิ่มอย่างแน่นอน

  • เยี่ยมชมบล็อก:199710
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 584
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-05-16 13:32:32
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

จบข่าว ผบตรนำทีมตั้งโต๊ะแถลงยุติคดีแหม่มอังกฤษอ้างถูกข่มขืนที่เกาะเต่า สืบสวนสอบสวนควานหาพยานหลักฐานประดามี กระทั่งส่งคนไปสอบถึงอังกฤษ เจ้าทุกข์ให้การเลื่อนลอยนอกจากมอบเสื้อยืดที่ใส่คืนเกิดเหตุให้ 1 ตัว ตรวจแล้วไม่พบคราบอสุจิ บิ๊กแป๊ะรอหลักฐานใหม่ค่อยรื้อฟื้น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 16 ตุลาคมนี้ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบตร, พลตทพงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รรทผบชภ8, พลตตปรีดี พงษ์เศรษฐสันต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (รอง ผบชสพฐ), พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรทผบชสตม), พลตตอาชยน ไกรทอง รรทผบกตม3 และ พตทปิยะพงษ์ บุญแก้ว สวญสภเกาะเต่า ร่วมกันแถลงข่าวการคลี่คลายคดีหญิงชาวอังกฤษวัย 19 ปี อ้างถูกวางยาข่มขืน และขโมยทัพย์สินที่เกาะเต่า จสุราษฎร์ธานี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เหตุเกิดวันที่ 25 มิยที่ผ่านมา พลตตสุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบระดับน้ำขึ้น-น้ำลง จำลองสถานการณ์ สอบพยานบุคคลเจ้าของสถานที่พัก การพิสูจน์ทราบเบื้องต้นไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเกิดเหตุดังกล่าว และได้รายงานไปยังกงสุลอังกฤษอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกงสุลอังกฤษจัดพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษด้วย ด้าน พตทปิยพงษ์กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนที่เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ พบข้อจำกัด เช่น การพูดคุยผ่านล่ามเกิดความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งการสอบปากคำ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่สามารถยืนยันบริเวณทีเกิดเหตุได้ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุ จำได้เพียงเป็นชายมีหนวดเครา ผมดำ จึงไม่เพียงพอที่จะไปเทียบเคียงสงสัยบุคคลอื่นได้ นอกจากนี้ ผู้เสียหายได้มอบพยานวัตถุ 1 ชิ้น เป็นเสื้อคอกลมสีกรมท่า ที่อ้างว่าสวมใส่คืนเกิดเหตุ ได้ส่งตรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลางเมื่อวันที่ 5 ตคที่ผ่านมา ขณะที่ พลตตปรีดีกล่าวว่า ผลการตรวจพิสูจน์ไม่พบคราบอสุจิที่เสื้อของกลางแต่อย่างใด แต่ตรวจพบดีเอ็นเอของบุคคล 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 คน พตทปิยพงษ์กล่าวเสริมว่า ถ้าดูจากคำให้การของผู้เสียหายประกอบพยานหลักฐานอื่นแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานไม่มั่นคงชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินต่อไปได้อีก ในชั้นนี้เห็นว่าต้องยุติการสอบสวนไว้เพียงแค่นี้ ส่วน พลตอจักรทิพย์กล่าวว่า สรุปว่าคดีนี้ไม่มีหลักฐานใหม่เพิ่มเติม เรื่องนี้สื่อให้ความสนใจ มีการพิวากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เราได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการปกป้องชื่อเสียงของประเทศ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติ ในคดีนี้ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ แต่ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ เรายินดีเดินต่อ

ที่เก็บบทความ

2015(393)

2014(712)

2013(546)

2012(550)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

fun88 ดั ม มี ออนไลน์, ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ว่าไปแล้วไม่ว่า มนุษย์ หน้าไหน ต่อหน้าไหน ชาติใด ภาษาใด หรือไม่ว่าจะคิดเห็นทางการเมืองไปในรูปไหน ลักษณะไหน ต่างถูก ออกแบบ หรือถูก โปรแกรม ให้ต้องหันมาคิดในเรื่อง ชีวิต เอาไว้เยอะๆ นั่นแหละ ไม่ใช่ถูกออกแบบให้ต้องมาคิดแต่เรื่องการเมืองกันลูกเดียว ด้วยเหตุเพราะความตาย การพลัดพราก ความไม่สบายกาย สบายใจ หรือบรรดา ความทุกข์ ทั้งหลาย มันคือตัวกำหนดให้ต้องคิดถึงสิ่งเหล่านี้กันจนได้ ไม่ว่าจะก่อกำเนิด เกิดขึ้นมา ในประเทศไหน สังคมไหน ไม่ว่าจะถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ คอมมูหน่อย อะไรก็ตาม สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ยังคงวนไป-วนมา อยู่กับ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั่นแล ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม

ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิมเชสค์ ฟาเบรกัส กำลังเป็นที่สนใจของ แอตเลติโก มาดริด ที่มีแผนจะฉกตัวไปร่วมทีมหลังจบซีซั่น จากที่ มิดฟิลด์ชาวเปน จะหมดสัญญาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในตอนซัมเมอร์ เท่ากับว่าอีกไม่กี่เดือน ก็จะสามารถตกลงทำสัญญาย้ายทีมล่วงหน้าแบบไม่มีค่าตัวได้แล้ว

อ่าน(998) | แสดงความคิดเห็น(251) | ส่งต่อ(662) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

การลอกเลียนแบบ 2021-05-16

หลี่ เจี้ยน นอกเหนือจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชมศิลปวัฒนธรรมทรงค่า นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมงานศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Bangkok Art Biennale 2018 ครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร ที่จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ด้วยการนำชิ้นงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงไว้ที่วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ด้วย ฐาปน กล่าว

ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม

จักรพรรดิฮั่นหยวนหลิว 2021-05-16 13:32:32

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sanskrit saying When thou go away from here, no one will follow thee Only thy good and thy evil deeds, they will follow thee wherever thou go เมื่อท่านลาจากโลกนี้ไป ไม่มีผู้ใดจะไปกับท่าน มีแต่กรรมดีและกรรมชั่วเท่านั้น ที่จะติดตามท่านไปในทุกหนแห่ง

ฟรานซิส 2021-05-16 13:32:32

เห็นข่าวคุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตแกนนำคนเสื้อแดง นำเอาเรื่องราวชะตากรรมของบรรดาผู้ลี้ภัยในต่างแดน อย่าง วิสา คัญทัพ จรัล ดิษฐาอภิชัย ไปจนถึง หัวโต-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาเปิดเผย เล่าสู่กันฟังโดยคร่าวๆ ซึ่งเมื่อได้อ่านแล้ว ฟังแล้ว ต้องเรียกว่าอดที่จะ อึ้ง อดที่จะสะทกสะท้อนใจตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้,เจอร์เกน คล็อปป์ ได้ข่าวที่ไม่น่ายินดีนักหลังปล่อยนักเตะไปเล่นให้ทีมชาติ เมื่อมีข่าวว่ามีนักเตะของลิเวอร์พูล เจ็บเพิ่มอีก 3 คน ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก กับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ เสาร์นี้ ลิเวอร์พูล ที่กำลังไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างมีความหวัง แต่ได้ข่าวว่าอาจจะขาดนักเตะอยู่ 4 คน สำหรับการเยือน ฮัดเดอร์ฟิลด์ เสาร์นี้ หลังจาก ซาดิโอ มาเน่ มีปัญหาเจ็บนิ้วโป้งหักกลับมา กลายเป็นคนล่าสุดต่อจาก เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โดยรายหลังเพิ่งถูกส่งตัวกลับสโมสรจากทีมชาติฮอลแลนด์เมื่อวันก่อน แต่สำหรับ ฟาน ไดค์ ทาง โรนัลด์ คูมัน บอสทีมอัศวินสีส้ม ยืนยันว่า นักเตะไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับการลงสนามใสแมทช์ต่อไป หลังช่วยเหลือทาง ลิเวอร์พูล แล้วตามที่ตกลงกัน โดยหลังใช้งาน ปราการหลังชาวดัตช์ ไปหนึ่งเกม ในนัดที่ถล่ม เยอรมนี ก็ได้ทำการส่งตัวนักเตะคืนสโมสรแล้วตามที่รับปากไว้ ไม่ให้ต้องเตะกับ ทีมชาติเบลเยี่ยม ต่อในคืนวันอังคาร ส่วน มิลเนอร์ คาดว่าจะต้องพักไปราวหนึ่งเดือนหลังจากมีอาการเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่า ในนัดที่เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 ก่อนหน้าเบรกทีมชาติ แต่มิดฟิลด์ตัวเก๋าของทีม ดูจากล่าสุดแล้วก็เหมือนจะหายเร็วกว่าที่คาดไว้ และมีสิทธิที่จะพร้อมลงสนามเจอกับทีมของ เดวิด วักเนอร์ เลยก็เป็นได้ ซาลาห์ ในขณะเดียวกัน คาดว่าจะต้องพักไปก่อนในช่วงนี้จากปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่า ที่เกิดขึ้นระหว่างไปเล่นให้ทีมชาติอียิปต์ แต่ข่าวดีคือหลังนักเตะกลับมาตรวจเช็คร่างกายที่ เมอร์ซีย์ไซด์ อีกครั้งแล้ว ปรากฎว่าทาง สตาฟของลิเวอร์พูล ไม่คิดว่าจะเป็นอาการเจ็บที่น่ากังวลนัก และรายงานมาว่า ซาลาห์ น่าจะกลัลบมาซ้อมได้ก่อนสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ อาจใช้โอกาสนี้ทดลองนักเตะตัวรุกคนอื่นบ้างอย่างเช่น แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ เซอร์ดาน ชากีรี ส่วน มาเน่ คาดว่าจะต้องพักไปช่วงนี้ด้วยอีกคน หลังผลเอ็กซ์เรย์ออกมาว่า กระดูกนิ้วโป้งหัก จากเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างซ้อมกับ เซเนกัล。 ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม。

Wei Kang Hou Ji Kang 2021-05-16 13:32:32

คำตอบมีอยู่แล้วอย่างลงตัวและมีเหตุมีผลคือ สถานที่ไหนที่มีรถไฟฟ้า หรือรถไฟใต้ดินผ่านนั้น เป็นการนัดหมายที่คนในยุคนี้นิยมชมชอบที่สุด ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะไปไม่ได้กับประชาชนคนชราก็ตามที, ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม。 สิ่งอัศจรรย์ต่อมา พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้ช่างสิบหมู่สร้างขึ้น และสร้างพระวิหารภายหลัง ถือเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดในไทยและในโลก ส่วนพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ รัชกาลที่ 1 โปรดฯ ให้อัญเชิญพระศรีสรรเพชญ์จากอยุธยา ให้สร้างพระมหาเจดีย์เพื่อครอบ ประดับกระเบื้องเครื่องถ้วยสีเขียว เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอยุธยาที่คนไทยควรเรียนรู้ ขณะที่ศิลาจารึกวัดโพธิ์ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำของโลก 200 ปีก่อนคนหวงวิชามาก รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้จารึกตำรายาทั่วพระอาราม คนมาเดินอ่านได้ ช่วยขยายความรู้ให้กว้างไกล ยูเนสโกรับรองเป็นมรดกทรงจำโลก วัดโพธิ์ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยที่รวมสรรพวิชา แล้วยังมีฤาษีดัดตน ประติมากรรมน่าอัศจรรย์ รูปปั้นครบ 80 ท่า นอกจากนี้ วัดเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ยูเนสโกยกย่องกวีเอกของโลก ผลงานที่จำได้ดี ลิลิตตะเลงพ่าย กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ส่วนการนวดวัดโพธิ์เป็นที่รู้จักดี สุดท้ายที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย อันดับ 17 ของโลก ทั้งหมดนี้เป็นเหตุต้องมางานสมโภช 230 ปี ดรวิษณุกล่าว。

Xu Shichang 2021-05-16 13:32:32

นอกจากนี้ที่สำคัญทั้ง 2 ธนาคารจะเปิดบัญชีให้กับผู้ถือบัตรทั้ง 114 ล้านคนแบบอัตโนมัติ โดยผู้ถือบัตรไม่ต้องเดินทางไปเปิดบัญชีหรือแสดงยืนยันตัวเองที่สาขาเองเลย ซึ่งกรมบัญชีกลางจะมีการประสานนำข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนส่งไปให้กับ 2 ธนาคาร เพื่อเปิดบัญชีให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีรายได้น้อยอย่างเต็มที่ ส่วนสมุดบัญชี หรือรายละเอียดเลขบัญชีจะมีการทยอยแจ้งไปให้รับทราบภายหลัง ตามชื่อที่อยู่ที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการที่ลงทะเบียนไว้,การบินไทยร่วมจัดแสดงนิทรรศการและเสวนางานศิลป์ร่วมสมัย “อายตนะ 6” ในงานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2018 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 20:39 น 。 ระยะหลังๆ หลายคนคงเริ่มได้ยินคำว่าบล็อกเชน (Blockchain) กันมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลายองค์กรก็ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานกับธุรกิจของตนเองมากขึ้น หรือจากผลสำรวจของ PWC ระบุไว้ว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกที่ทำการสำรวจนั้น พบว่าประมาณ 15% ได้บล็อกเชนเข้ามาใช้งานจริงแล้ว ขณะที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ 32% มีแผนที่กำลังจะพัฒนาโครงการ และ 1 ใน 5 หรือ 20% อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ ลองมาดูกันว่ารายงาน Blockchain is here What s your next move? นี้ จะสะท้อนให้เห็นอะไรกันบ้าง แล้วเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างไร โดยรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจผู้บริหารจำนวน 600 ราย ใน 15 ตลาดสำคัญทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบล็อกเชนรวมถึงมุมมองต่อศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยมีสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าหลายองค์กรยังคงมีความกังวลว่าตนจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หลังการพัฒนาบล็อกเชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเปิดประตูไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ที่มีมากขึ้นนั่นเอง สำหรับประเทศที่ถูกมองว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการบล็อกเชนมากที่สุดจะเป็นสหรัฐอเมริกาประมาณ 29% สาธารณรัฐประชาชนจีน 18% และออสเตรเลีย 7% แต่กระนั้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้าประมาณ 30% ของผู้บริหารเชื่อว่า จีนจะแซงหน้าสหรัฐได้ ดังนั้นจะทำให้ศูนย์กลางในการพัฒนาบล็อกเชนมาอยู่ในประเทศจีนแทน ขณะเดียวกัน จากรายงานในชุดเดียวกันนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความล้ำหน้าของอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในการพัฒนาบล็อกเชน โดย 46% ของผู้บริหารระบุว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เป็นผู้นำการพัฒนาบล็อกเชนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนอีก 41% บอกว่าในระยะอันใกล้หรือ 3-5 ปีข้างหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานและสาธารณูปโภค หรือแม้แต่บริการทางด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมการผลิต ก็ล้วนแต่มีความต้องการใช้บล็อกเชนในอนาคต ในเรื่องนี้ยังมีความเห็นจากสตีฟ เดวีส์ หัวหน้าสายงานบล็อกเชนของ PwC ระบุไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจบอกกับทางผลสำรวจ ก็คือไม่มีใครอยากถูกบล็อกเชนทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าตอนนี้จะเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ก็ตาม แต่ความกังวลต่อความไว้วางใจและกฎระเบียบข้อบังคับยังคงมีอยู่ โดยบล็อกเชนที่ถูกออกแบบมาอย่างดีนั้น ไม่ได้เพียงช่วยตัดตัวกลางเท่านั้น แต่ทว่ายังช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็ว การเข้าถึง ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ให้กับกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ หากผู้บริหารมีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า จะนำศักยภาพของเทคโนโลยีนี้มาใช้ได้อย่างไร ก็จะทำให้เหตุผลทางธุรกิจมีน้ำหนักและสร้างความน่าดึงดูด จะเห็นได้ว่าศักยภาพของบล็อกเชนนั้นมีมาก แต่ก็ยังมีอีก 45% ของผู้บริหารมองว่า ความไว้วางใจ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่ปิดกั้นการนำบล็อกเชนมาใช้ ในขณะที่ 48% เชื่อว่าความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจะเป็นปัจจัยที่ปิดกั้นการพัฒนาดังกล่าวอีกด้วย โดยความกังวลเกี่ยวกับความไว้วางใจในหมู่ผู้ใช้งานพบมากที่สุดในกลุ่มผู้บริหารจากสิงคโปร์ 37% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 34% และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 35% ส่วนความเห็นจาก วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ได้เห็นความเคลื่อนไหวของทั้งองค์กร และหน่วยงานกำกับดูแลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังจำกัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าสอดคล้องไปกับกระแสโลก คาดว่าจะเห็นความตื่นตัวขององค์กรไทยจากภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเริ่มศึกษาเพื่อนำบล็อกเชนมาพัฒนาในอุตสาหกรรมของตนบ้าง จากผลสำรวจก็เป็นข้อมูลเบื้องต้น ที่บ่งชี้ถึงการนำบล็อกเชนมาใช้ โดยอีกไม่นานจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โลกการเงินเท่านั้น แต่ในธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถปรับใช้ได้เช่นกัน การปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว แน่นอนว่ามีปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น คือเรื่องของการศึกษา และทำความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับกิจการของตน ก็จะมีข้อได้เปรียบกว่าเดิม。

โคโคโล 2021-05-16 13:32:32

ประยุทธ์ อบรม หญิงหน่อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่บัตรคนจน ยันคือความเท่าเทียมและเป็นธรรม วอนทุกฝ่ายร่วมมือ ดีกว่าสร้างความขัดแย้ง โจมตีกันไปทำ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ตนกังวลกับสิ่งที่มีคนออกมาพูดว่ารัฐบาลนี้แบ่งแยกชนชั้นด้วยการทำบัตร ซึ่งตนไม่เคยเรียกว่าบัตรคนจนอย่างที่เขาพูดเลย เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เพราะบัตรนี้เป็นบัตรประชารัฐที่จะดูแลคนทุกคนให้เกิดความพอเพียง เราจะต้องมอง 2 คำ ก็คือความเท่าเทียมด้านของโอกาส ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไปสร้างความเชื่อมโยงขึ้นมา ปลดล็อกต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงและคุ้มครองในการประกอบอาชีพของเขาด้วย นี่คือความเท่าเทียม แต่ความเป็นธรรม ก็คือการดูแลผู้มีรายได้น้อย ที่เรียกว่าบัตรประชารัฐ เป็นการทำให้เขาสามารถยังชีพอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยังไม่เข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนก็พอใจ และไม่มีผลกระทบกับระบบการเงินการคลังของประเทศ พลอประยุทธ์ กล่าว พลอประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครอยากถูกเรียกว่าคนจน ตนก็ไม่ได้มองเขาแบบนั้น เพียงแต่ต้องเพิ่มการกระจายรายได้ให้กับเขา โครงการต่างๆ ก็ไม่ได้แก้จน แต่เป็นการเพิ่มความสุขให้กับเขา อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนรวยคนจนก็สามารถเข้าถึงโอกาสได้ นายกฯกล่าว และว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีโครงการลงไป เช่น ไทยนิยม ยั่งยืน ที่คิดขึ้นมาว่าจะทำอะไรแล้วเติมลงไป ไม่ใช่มองอย่างเดียวเป็นการเดินทางการเมือง มันไม่ใช่ ทั้งนี้ ไม่มีปัญหาใดที่แก้ไม่ได้หากทุกคนร่วมมือกัน ดีกว่ามาสร้างความขัดแย้ง โจมตีกันไปทำ ตนไม่อยากจะทำตรงนี้ มันเป็นปัญหาของประเทศเรา และวันนี้หลายประเทศจับตาประเทศเราอยู่ เขาไม่ได้มองประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว แต่เขามองในเรื่องการพัฒนาด้วย ตนไปประชุมหลายประเทศ ก็ได้รับคำชมเชยมาหลายประเด็นที่เรามีความคืบหน้า และเขาอยากให้เราเดินหน้าต่อไป นายกฯ กล่าวด้วยว่า หลายอย่างกำลังดำเนินการอยู่ แต่ต้องปลดล็อกจากข้างล่างด้วย ดังนั้นขออย่าทำการเมืองแบบเดิมๆ เลยดีกว่า ขอให้ทำแบบใหม่กับตนเถอะ ใครจะทำก็ว่ามา ดีกว่าโจมตีกันไปมาไม่มีประโยชน์ อย่างการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไม่ใช่เป็นการเมือง และงานเหล่านี้ที่มาแสดงไม่ใช่เป็นการโปรโมต ไม่ใช่การเมือง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า นายกฯ ชี้แจงในที่ประชุม ครม ถึงกรณีอดีตนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน เข้ารับการรักษาฟรี เป็นการแบ่งแยกคนจนกับคนรวย ว่ารัฐบาลไม่แบ่งแยกคนจนและคนรวย เรารักษาพยาบาลในมาตรฐานเดียวกัน และรัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำที่ทำให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยก และรัฐบาลต้องการช่วยเหลือผู้มีรายได้ เพื่อพยุงให้เขาสามารถมีรายได้ที่พอจะดูแลตัวเองได้ แต่นักการเมืองหาว่าเราสร้างบรรทัดฐาน ซึ่งความจริงไม่ใช่ เป็นนักการเมืองต่างหากที่หยิบคำเหล่านี้มาเพื่อหวังผลทางการเมือง นายกฯ พูดเสมอว่าเราได้รับการยกย่องจากองค์กรต่างประเทศว่าเราสามารถดูแลสุขภาพประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่มีอีกข้อคิดคือ วันข้างหน้าเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น รัฐบาลต่อไปอาจจะต้องคิดว่าถ้ารัฐบาลจะต้องจ่ายเงินทุกบาทกับการดูแลรักษาประชาชนทั้งหมดทุกกรณีเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยง แต่เรายังไม่ทำในตอนนี้ ต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนก่อน การรวมจ่ายจึงอาจเป็นแนวคิดในวันข้างหน้า จึงอยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ชี้แจงประชาชนว่ารัฐบาลไม่เคยคิดแบ่งแยกคนจนและคนรวย พลทสรรเสริญ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำชี้แจงของ พลอประยุทธ์ สืบเนื่องจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง อย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากัน ด้วยบัตรคนจน ,การบินไทยร่วมจัดแสดงนิทรรศการและเสวนางานศิลป์ร่วมสมัย “อายตนะ 6” ในงานบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ 2018 16 ตุลาคม พศ 2561 เวลา 20:39 น 。 แต่สุดท้ายเมื่อหนีไม่พ้นต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ต้องเผชิญหน้ากับการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ต้องเจอกับความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ หรือบรรดา ความทุกข์ ทั้งหลาย เรื่องของ ชีวิต มันคงเป็นเรื่องที่ควรเก็บมาคิดๆ ให้มากๆ เข้าไว้ หรือให้มากไปกว่าเรื่อง การเมือง ที่มันไม่อาจให้ คำตอบ ใดๆ ได้เลย สำหรับ โจทย์ หรือ โปรแกรม ที่ใครก็ไม่รู้ ท่านได้ ออกแบบ เอาไว้ให้กับ ความเป็นมนุษย์ มาตั้งแต่แรก และด้วย ความเป็นเพื่อน ด้วยความเป็นห่วง เป็นใย นั่นเอง ที่ทำให้อดที่จะส่งความปรารถนาดี มาให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันน่าเหน็ดเหนื่อยเหล่านี้ มาไว้ ณ ที่นี้ ส่วนเรื่อง การเมือง นั้นคงไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง เพราะพูดไป-พูดมา อาจโดน เพื่อนถีบ เอาง่ายๆ เนื่องจากแต่ละรายท่านก็ ดื้อๆ ไปด้วยกันทั้งสิ้น เอาเป็นว่าในเมื่อต่างก็แก่ๆ กันแล้ว หันมาคิดในเรื่อง ธรรมะ เอาไว้ให้หนักๆ นั่นแหละ น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

slot yang sering menang| บอลหวย | สล็อต 78 me| สล็อต vs อนาคอนด้า| ninja 777 สล็อต| เดิมพันออนไลน์ vip| สล็อตgclub8 ios| casino guru| ตารางบอลพรีเมียร์ลีกคะแนน| ทาง เข้า ส โบ| เล่นjokerผ่านเว็บ| กีฬา iron man| สล็อต 999 youtube| ดูบาสเกตบอลสด| กดเงินสด ktc ดอกเบี้ยเท่าไหร่| สล็อต ฟรี เครดิต uob| สล็อต ทดลอง hack| คาสิโน ประเทศ| สมัคร เกม สล็อต live22| jokerth99 index| roma live| 777 slot games download| สูตรรูเล็ต xiaomi| tripledragonslot| สล็อต66 6 6days| ตารางบอลอังกฤษพรีเมียร์ลีก| ตารางบอลวันนี้ทุกคู่| ถอนเงิน grab food| พนันเงิน wiki| เครดิตฟรีทดลองเล่น| ข่าวบอลล่าสุด| slot game video| โปรแกรม บา คา ร่า ออนไลน์ ฟรี| สล็อต ฟรี เครดิต reg| ส โบ เบ็ ต 333| free slot games best| ที สล็อต youtube| ดูบอลสดฟรีผ่านเน็ต| เว็บพนันสล็อต win10| ดูบอลสดฟรีคืนนี้| best slot on 888 casino| เว็บบาคาร่า2019| slot game jackpot malaysia| ทางเข้าslot007| เกมพนันออนไลน์บาคาร่า| เครดิต ฟรี 100 ถอน ได้ 2562| starbets99 biz| roma joker ทุน200| สล็อตโรม่า warframe| ดูผลฟุตบอลสดคืนนี้| เปิดเว็บ คาสิโน true wallet| เกมส์เดิมพันเงินจริง bdo| สูตร บา คา ร่า royal casino| สล็อต 6666 vip| ฟรีสมัครสล็อต apk| ฟรีสมัครสล็อต ios| สล็อตgclub8 gold| ไฮโลได้เงินจริง covid 19| เปิดเว็บคาสิโน txt| บาคาร่าได้เงินจริง| คาสิโน888 number| 777 slot machines| แบด| poker big blind small blind คือ| สล็อต 88 bet| บาคาร่า ฟรี100| ลอตเตอรี่ ล่าสุด| 918live22| ดูบาสเกตบอลสด| สล็อตออนไลน์ยอดนิยม videos| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ hd| sloto vip| ตารางไทยพรีเมียร์ลีกวันนี้| ace333jackpot| สล็อต ออนไลน์ ฟรี เครดิต mk| แทงบอล sbo| live casino house ดี ไหม| ลีกอังกฤษคืนนี้| เว็บพนันเจ๋งๆ xyz| สล็อตรอยัล live| สล็อตxo 888 lg| สล็อต ถอนได้ไม่จํากัด bdo| slot pg demo| เกมส์ยิงปลา xyz| สล็อต ออนไลน์ 88| joker สล็อต ฟรี เครดิต youtube| สล็อตทรูวอลเล็ต oppo| แทง บอล ส โบ เบ็ ต| slot indonesia 2020| กีฬาสีไอดอล1| สตาร์ซอคเกอร์ออนไลน์| เว็บพนันเจ๋งๆ xyz| สล็อตออนไลน์ฝากขั้นต่ำ1บาท| party pg slot|